วิธีรักษา “ผมร่วงบาง” ทุกระดับ ป้องกันศีรษะล้านแบบปลอดภัยและเห็นผล

โดยปกติแล้วเส้นผมของเราสามารถร่วงได้ทุกวันจากพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็นการ สางผม หวีผม สระผม เช็ดผม หรือแม้แต่สภาพอากาศเอง ก็อาจทำให้เส้นผมแห้งหรือชื้นเกินไปจนเสียสมดุล เปราะบาง และขาดหลุดร่วงไป 

อาการผมร่วงที่อยู่ใน “ระดับปกติ” จะเป็นไปดังนี้

  • วันที่สระผม : ประมาณ 200 เส้นต่อวัน
  • วันที่ไม่สระผม : ประมาณ 100 เส้นต่อวัน

**การหลุดร่วงของเส้นผมขึ้นอยู่กับระดับความยาวของผม

ทั้งนี้ก็จะมีเส้นผมเล็กๆ เกิดใหม่ขึ้นมาทดแทนได้ตลอดทุกวันเช่นกัน สำหรับใครที่มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาผมร่วง ทาง BLS Hair Center ก็ได้รวบรวมวิธีบรรเทาอาการผมร่วงทุกระดับจากคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะมาแนะนำกันค่ะ

วิธีรักษาผมร่วงระดับทั่วไป

อาการผมร่วงระดับทั่วไปที่อาจเกิดได้ทุกวันจากการสางผม มัดผม หวีผม สุขภาพและความเครียดต่างๆ สามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันค่ะ

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้สนิท อย่างน้อย 6 ช.ม. เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองเต็มที่
  2. ดื่มน้ำเยอะๆ 1.5 – 2 ลิตรต่อวัน เพื่อปรับสมดุลในร่างกาย เพิ่มการหมุนเวียนเลือดเพื่อให้เลือดหล่อเลี่ยงไปยังส่วนต่างๆ ได้ดีขึ้น
  3. หากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพด้านฮอร์โมน และสภาพจิตใจ เพราะบางคนเวลาเครียดก็อาจจะมีพฤติกรรมทำร้ายผมไม่รู้ตัว เช่น ดึงผม สางผมบ่อยขึ้น
  4. รักษาความสะอาดของร่างกายโดยเฉพาะหนังศีรษะ เนื่องจากหลายๆ กิจกรรมจะทำให้เรามีเหงื่อ ซึ่งจะทำให้แบคทีเรียมีมากขึ้น เกิดการหมักหมม อับชื้น คราบฝุ่นที่มองไม่เห็น ทำให้รากผมอ่อนแอ ขาดร่วงได้ง่าย
  5. เลี่ยงแดดจัด ควรกันแดดด้วยร่มหรือหมวก เพราะแสงแดดมีรังสีที่ทำร้ายผิวของเราโดยตรง โดยเฉพาะหนังศีรษะที่ค่อนข้างบอบบาง ความร้อนจากแดดสามารถทำล้ายได้ทั้งเส้นผมภายนอก แต่ผิวหนังชั้นใน ส่งผลทำให้ผิวแห้ง ผมแห้ง และอ่อนแอลงเรื่อยๆ
  6. รักษาสมดุลของหนังศีรษะ ไม่ให้แห้งหรือชื้นเกิน หากหนังศีรษะชื้นหรือเปียกควรรีบทำให้แห้งทันที สำหรับคนหนังศีรษะแห้งอาจหมักผมด้วยน้ำมันมะกอกหรือใช้เซรั่มบำรุงก็ได้ค่ะ

วิธีรักษาผมร่วงระดับไม่ปกติ

การแก้ปัญหาของคนที่มีอาการผมร่วงค่อนข้างเยอะ จนบางเห็นหนังศีรษะ ทั้งๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาจมีสาเหตุจากฮอร์โมนและสุขภาพ ดังนั้นอาจต้องใช้ยาลดผมร่วงแบบทาน การเลเซอร์ หรือทำทรีตเมนต์เพื่อกระตุ้นรากผม เพื่อหยุดอาการผมร่วงพร้อมกระตุ้นรากผมให้เกิดการสร้างเส้นผมใหม่ๆ ขึ้นมา โดยวิธีรักษาแบ่งเป็นดังนี้

การทานยาเพื่อรักษาอาการผมร่วง

ยาไฟแนสเตอรายด์ (Finasteride)

  • คุณสมบัติ : ลดฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ที่เป็นสาเหตุของอาการผมร่วงในเพศชาย
  • ผลข้างเคียง : อาจทำให้สมรรถภาพทางเพศและปริมาณน้ำอสุจิลดลง

ยาไมนอกซิดิวล์ (Minoxidil)

  • คุณสมบัติ : ขยายหลอดเลือดให้ไปเลี้ยงรากผม : กระตุ้นการงอกของเส้นผม
  • ผลข้างเคียง อาการตัวบวม เวียนหัว ใจเต้นเร็ว ทำให้ขนขึ้นตามใบหู

การทายาหรือผลิตภัณฑ์รักษาหนังศีรษะบำรุงรากผมและรักษาเส้นผม

  • แฮร์โทนิค : เป็นเซรั่มที่ใช้บำรุงบริเวณหนังศีรษะได้ดี อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญสำหรับหนังศีรษะและรากผม ช่วยฟื้นบำรุงรากผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง
  • ออยล์ทาผม : เพื่อรักษาเส้นผมให้มีความชุ่นชื้น ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเส้นผม ทำให้ไม่แห้งและขาดง่าย
  • ยาทารักษาเชื้อราบนหนังศีรษะ : ยาทาหรือแชมพูที่มีส่วนผสมของ Ketoconazole หรือ Zinc pyrithione สามารถใช้รักษาสำหรับผู้ที่มีอาการผมร่วงจากโรคเชื้อราบนหนังศีรษะได้

LLLT (Low-Level Laser Therapy) เลเซอร์กระตุ้นรากผม

เลเซอร์กระตุ้นรากผมเป็นการปล่อยเลยเซอร์ที่มีพลังงานต่ำ ไปที่หนังศีรษะ โดยคลื่นจะส่งไปยังใต้ชั้นผิวหนังที่มีเซลล์รากผมอยู่ เพื่อกระตุ้นให้เซลล์รากผมทำงานได้ดีขึ้น รวมไปถึงการหมุนเวียนเลือนต่างๆ ที่จะช่วยนำสารอาหารมาเลี้ยงรากผมได้ดีขึ้น ทำให้ผมงอกเร็ว แข็งแรง และร่วงน้อยลง

  • เหมาะกับ : คนที่มีปัญหาผมร่วงบาง
  • ข้อดี : ได้ผลลัพธ์ที่ดี หากทำสม่ำเสมอ
  • ข้อจำกัด : เห็นผลช้า ช่วงแรกต้องทำบ่อยทุกๆ 1-2 สัปดาห์ 

การฉีดเกล็ดเลือดกระตุ้นรากผม PRP (Platelet Rich Plasma) 

การฉีดเกล็ดเลือดกระตุ้นรากผม คือการฉีดสารสกัดพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น (จากเลือดของตนเอง) ซึ่งจะมีสารอาหารที่อุดมสมบูรณ์ต่อกระการซ่อมแซมเซลล์ (Growth Factor) เข้าไปที่หนังศีรษะ ให้เกล็ดเลือดเข้าไปกระตุ้นเซลล์รากผม ลดอาการผมร่วงบาง และช่วยทำให้เส้นผมที่งอกใหม่แข็งแรงมากขึ้น

ตัวอย่างจากผลการวิจัย หลายงานวิจัยพบว่าการฉีดกระตุ้นรากผมด้วย PRP ช่วยรักษาอาการผมร่วง ทั้งยังเพิ่มความหนาแน่นได้อย่างมีนัยสำคัญ

  • เหมาะกับ : คนที่มีปัญหาผมร่วงบาง
  • ข้อดี : ได้ผลลัพธ์ที่ดี หากทำสม่ำเสมอ
  • ข้อจำกัด : ต้องเจาะเลือด อาจบวมช้ำเล็กน้อย

แหล่งอ้างอิง : https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/30882509/

วิธีรักษาผมร่วงระดับรุนแรง

ปัญหาผมร่วงจนเห็นหนังศีรษะ หรือ “หัวล้าน” เป็นอาการผมร่วงระดับรุนแรงมาก ไม่สามารถรักษาด้วยการปรับพฤติกรรมหรือกินยาได้ ต้องการรักษาด้วยการปลูกผมโดยแพทย์อย่างเดียวค่ะ โดยวิธีปลูกผมหลักๆ จะมี 2 วิธี ซึ่งเป็นวิธีที่บัญญัติโดย ISHRS หรือสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ ดังนี้

Follicular Unit Transplantation (FUT) 

การผ่าตัดย้ายเซลล์รากผม เป็นการตัดย้ายผิวหนังตรงท้ายทอยซึ่งมีเส้นผมและรากผมที่แข็งแรงอยู่ มาแทนที่บริเวณที่ต้องการรักษา

  • เหมาะกับ : คนที่หัวล้านทุกรูปแบบ หรือหัวล้านโดยกรรมพันธุ์
  • ข้อดี : ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยเส้นผมดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นรอยแหว่ง
  • ข้อจำกัด : ต้องผ่าตัดและพักฟื้น อาจมีรอยแผลเป็น

Follicular Hair Extraction (FUE)

การเจาะย้ายเซลล์รากผม เป็นการใช้เครื่องมือเจาะดึงกอผมบริเวณท้ายทอยที่มีเส้นผมและรากผมที่แข็งแรง ย้ายมาปลูกตรงบริเวณที่ต้องการรักษา

  • เหมาะกับ : คนที่หัวล้านเป็นหย่อมๆ
  • ข้อดี : ได้ผลลัพธ์ค่อนข้างดี เจ็บน้อยเพราะไม่ต้องผ่าตัด
  • ข้อจำกัด : อาจเป็นรอยแหว่งไม่ธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับความชำนาญของหมอ

**สำหรับการปลูกผมด้วยวิธีต่างๆ อาจเป็นเทคนิคที่ใช้กระตุ้นรากผม หรือใช้เป็นชื่อเรียกเชิงพาณิชย์เท่านั้น

และหากใครที่เริ่มมีอาการผมร่วงบางมากๆ และเริ่มเห็นปัญหา “ศีรษะล้าน” ก็สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางของเราเพื่อทำการวินิจฉัย และให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการรักษาก่อนได้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

ช่องทางติดต่อสอบถามข้อมูลและโปรโมชั่น

Line : @bls.hair
Call : 061-741-9369